มันก็จะไฮๆ หน่อย… รีวิว Wisdom Lounge และ Plaza Premium Lounge ไปครั้งแรกก็ติดใจหล่ะ

ตามประสาผู้โดยฯ Hiso Low Cost อย่างเรานี่เคยได้ยินมานานแล้วค่ะว่าเลานจ์ที่สนามบินนี่แบบเข้าไปปุ๊บชีวิตเปลี่ยนเลยนะ  ที่บอกว่าเปลี่ยน..เฟิร์นว่าก็เปลี่ยนจริงๆ นะ ลองคิดภาพซิ

  • มาถึงสนามบินแล้ว…เออ ยังไม่ได้กินข้าว ไหนๆ ดูเมนูซิ…อุ๊ย..โคตรแพง 200-300 ทั้งนั้น กินข้าวกล่อง 7/11 ก็ได้ (ว่ะ)
  • เคยกันใช่ไหมคะที่ไฟลท์ดึกมากกกก คือเที่ยงคืน-ตี 3 ต้องมานั่งง่วงๆ (จะนอนก็กลัวไม่สวย) ที่เก้าอี้แข็งๆ ของสนามบิน แอร์ก็โคตรเย็นไม่รู้ว่าจะเร่งแอร์ไปขั้วโลกหาแสงเหนือที่ไหน
  • เคยมีพี่ที่ออฟฟิศฝนตกแถวบ้านหนักมากจนน้ำท่วมถนน ต้องตากฝนเดินลุยน้ำแฉะๆ พร้อมถือกระเป๋าเดินทางออกจากบ้านมา ชุดก็เปียก..จะอาบน้ำที่ไหนหล่ะเนี่ย???

ใช่แล้วค่ะ “เลานจ์” คือคำตอบ เราก็เคยคิดมาตลอดว่ามันจะเป็นยังไงนะ ชีวิตนี้ก็นั่งแต่ economy มาตลอด เคยไปทำงานแล้วเข้าเลานจ์การบินไทยชั้น business แค่ครั้งเดียว แต่ก็อยากรู้มาตลอดว่าเลานจ์ชิคๆ คลูๆ ที่ว่า นี่มันดียังไง?? อยากรู้กันไหมคะ ..ตาม healthfactory2go กันมาเลยค่ะ ทริปนี้สามีใจดีสปอนเซอร์ค่ะ (กราบซิคะ..รออะไร  5555)

โชคแบบนี้ซื้อหวยกันก็ไม่ได้นะคะคุณ โชคดีที่ตั้ม (สามีมีหนวดค่ะ) มีบัตร Wisdom ของกสิกรไทยพอดี ซึ่งเค้าจะให้บัตร Priority Pass มาอีกใบสำหรับใช้สิทธิพิเศษในการเข้าเลานจ์ที่ต่างประเทศได้ค่ะ ซึ่งตาตั้มก็ใช้บริการกับคุณพ่อเค้าหลายรอบแล้วหล่ะ (เรื่องคุ้มขอให้บอก ฟิตเนส ล้างรถฟรี นางไปหมด) เหลือแต่เฟิร์นนี่หล่ะ..ที่ทำงานเก็บเงินหน้ามัน ในใจก็ร่ำๆ อยากไปเที่ยวแล้วววววว วันลาก็มี เงินเก็บก็พอมีเหลือ (จ้ะ) แถมทริปนี้สามีใจดีและพ่อสามีออกให้…ไปซิคะ รออะไร (กราบยอดอก)

 

ทางไปเลานจ์จะอยู่ชั้น 3 นะคะ อยู่ตรงโซน A เดินผ่านชมร้านแบรนด์เนมสวยๆ งามๆ ที่เงินเราซื้อไม่ได้แล้ว ก็จะเจอป้ายนี้ค่ะ

เดินต่อไปอีกนิดก็จะเจอ Wisdom Lounge เป็นป้ายสีทองผ่องอำไพแบบนี้

 

เข้าไปพนักงานจะให้แสดงบัตรเพื่อเข้าไปใช้บริการ โดยบัตร Wisdom สามารถให้ผู้ติดตามเข้าได้ 1 คน

เราได้เดินผ่านกระสวยของคนชอบปลีกตัวจากเด็กและฝูงชนมาด้วย (ไม่เห็นจะมีใครนั่ง)

เดินเข้าไปซ้ายมือจะพบโซนโซฟาแบบนี้ ซึ่งมีที่เสียบปลั๊กให้ทุกจด ตรงกลางเป็นโต๊ะหินอ่อนแกรนด์ๆ

เฟิร์นเลือกนั่งมุมนี้ เพราะสวยสุด ที่สำคัญ…คือใกล้โซนอาหารที่สุดด้วย (นี่คือเหตุผลที่แท้จริง…ซินะ) มันเป็นมุมเก๋ๆ ที่ถ่ายรูปแอ๊บสวยอวดเพื่อนได้ แม้ตอนง่วงพีคระดับ 8 ก็ตาม

มาดูไลน์อาหารกันบ้างค่ะ ประเมินจากสายตา อาจจะดูไม่เยอะมาก แต่กินไปกินมาแล้วก็อิ่มมากนะคะ

เริ่มที่จานแรก “ฉู่ฉี่ปลา” ที่ตั้ม (สามีมีหนวดของเรา) เดินวนไปวนมาตักกินไป 3-5 รอบ รสชาติก็นัวๆ ดี ไม่ได้จัดมาก แต่เป็นแนวละมุนเครื่องเทศกับกะทิ

ต่อมา “ไก่ห่อใบเตย” อันนี้ก็โอเค แต่กินยากหน่อย เลยหยิบมาแค่ชิ้นเดียว

ในหม้อต้มจะมี “แกงจืดกระดูกอ่อนเยื่อไผ่เห็ดหอม” รสชาติจะเบาๆ จืดๆ หน่อย ฝรั่งคงกินได้ แต่คนไทยขอซีอิ๊วกับพริกไทยอีกนิดนึง

มีแซนด์วิช มินิแฮมเบอร์เกอร์ต่างๆ แต่เนื่องจากอยากกินอาหารไทยมากว่า อันนี้ตัดไป

ในตู้จะมีนักเก็ตไก่ และฟิชสติ๊ก ซึ่งเสียใจมาก เดินไปตักด้วยความหวังอันสูงสุดเพราะชอบของทอด สุดท้ายตกม้าตายตรงที่ของเย็นมาก เย็นเลย ไม่อุ่นซักนิด ฟีลคนชอบกินของทอดร้อนๆ บอกว่ามันไม่ได้ อันนี้ตักมาเลยแทบไม่ได้แตะเลย (เค้าเสียใจ)

ส่วนอันนี้ “บะหมี่” สำหรับซดน้ำซุปร้อนๆ เป็นของยี่ห้อนิชชิน มีหลายรสทั้ง หมูสับ ซีฟู้ด ต้มยำกุ้งแซ่บ  นี่ถ้ามีของโรยหน้าพวกหมูสับ กุ้ง นี่จะเด็ดมากๆ เลยค่ะ เฟิร์นลืมเดินไปถ่ายรูปอีกทีตอนพนักงานมาเติมของ เพราะคนหยิบไปกินกันเยอะมาก (ฮัลโหล นี่เลานจ์นะ คุณมากินกันแต่บะหมี่ ไป 7/11 ไหม 5555) เรียกว่าเท่าที่เห็นคนน่าจะหยิบกันเยอะสุดค่ะ แต่กลิ่นมันยั่วจริงๆ ถ้าไม่ติดอัดอย่างอื่นไปเยอะแล้วจะจัดซักคัพ ข้างๆ มีสลัดผักกับขนมปัง และแยมมาวางไว้อย่างน่าเอ็นดู

ตู้นม โยเกิร์ต น้ำผลไม้ และผลไม้มีแตงโตกับแคนตาลูปค่ะ

มีเครื่องชงกาแฟเป็นของ illy และชา Dilmah

มาดูลิสต์เหล้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กันดีกว่า (เสียดายไม่ได้กิน กลัวแฮงค์ เพราะเครื่องออกตี 2)

ตู้สุดท้าย น้ำแร่มิเนเร่ น้ำอัดลมมีโค้ก สไปรท์ แฟนต้า ชเวป และของดีสิงห์ไลท์ (แน่นอน..ไม่ได้กินอีกเหมือนกัน)

ปิดท้ายด้วยภาพสวยๆ ของมุมขายที่ Wisdom Lounge

ขากลับจากไต้หวัน ..เฟิร์นกับตั้มเลือกเข้าเลานจ์ที่ Plaza Premium Lounge ที่อยู่ชั้น 2 ของสนามบินค่ะ (จะใช้บริการที่ The More Business Center & Premium Lounge ก็ได้ค่ะ) ด้านหน้าก็จะมีป้ายโชว์ว่าบัตรอะไรบ้างที่เข้าไปใช้บริการได้ค่ะ

เลานจ์นี้ก็ดูโปร่งๆ ดี บริการและคุณภาพอาหารให้ใจไปเลยค่ะ ถึงแม้ไลน์อาหารจะดูไม่เยอะมาก แต่รสชาติดีเลยทีเดียว

 

อย่างแรกที่ชอบเลยค่ะ มีเมนูอาหารที่เป็น All Day Menu ให้เลือกด้วย  เฟิร์นเลือกเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อไต้หวัน อร่อยดีมากเลยค่ะ เวลาจะสั่งก็ไปบอกรายการกับเชฟ แล้วเค้าจะให้ป้ายที่จะสั่นเตือนตอนให้เราไปรับของ

ส่วนอาหารแบบตักๆ ก็มี hash brown แต่เฟิร์นว่ามันคือปอเปี๊ยะทอดชัดๆ ทอดกรอบๆ ร้อนๆ อร่อยดีค่ะ ปลานึ่งแบบเผ็ดนี่ก็อร่อยได้ใจมาก นอกนั้นก็มีผัดผักรวม ข้าวผัดเบคอน

มาดูเมนูสลัดบ้างดีกว่า มีผักหลายหลายเลยทีเดียว เพราะมีทั้งใบเขียว ใบม่วง ถั่ว มะเขือเทศ มันฝรั่ง แถมยังมีเครื่องให้โรยหน้าอีกด้วย (ปล.สีชมพูนั่นคือโยเกิร์ตนะคะ)

บาร์เครื่องดื่มจะมี 1 ล็อก เรียงมาตั้งแต่เครื่องชงกาแฟ (แอบเก๋ที่มี tea latte ด้วย) นม น้ำส้ม นมถั่วเหลือง และยังมีให้หยิบน้ำแบบกระป๋องได้ด้วย (เบียร์ไต้หวันแบบกระป๋องก็มีนะจ้ะ) ต่อมาด้วยชา น้ำอัดลม มีโค้ก แฟนต้า มีคุ้กกี้ให้กินด้วย

เครื่องดื่มที่คนดูไม่ค่อยไปกดกันเท่าไหร่คือ “เบียร์ไต้หวันสด” แบบงงเหมือนกัน เพราะไปชิมแบบที่เป็นมิกซ์ผลไม้ นี่คือมาก หอมกลิ่นผลไม้

 

ส่วน “ไวน์” จริงๆ จะอยู่ทางเข้าเลานจ์เลยค่ะ มี 2 แบบ ให้เลือกตามความชอบ

ถึงแม้ว่า Plaza Premium Lounge ดูเหมือนของกินจะไม่เยอะมาก แต่คุณภาพคับแน่นจอประหนึ่งช่อง 7 HD กันเลยทีเดียว (กรุณาทำเสียงแบบอั้ม) ครั้งนี้จริงๆ ก็ประทับใจทั้ง 2 ที่นะคะ เพราะว่าไม่เคยมา อยากรู้เหมือนกันว่าที่อื่นๆ จะเป็นยังไงบ้าง..แชร์กันมาบ้างนะคะ

ตอนนี้กำลังรวบรวบข้อมูลหลังกลับมาจากไต้หวันอยู่ มีร้านบุฟเฟ่ต์ ต้อง-ไป-ลอง โรงแรมที่จำลองเหมือนอยู่ในสนามบิน อาหารที่เสิร์ฟบนเครื่อง EVA แบบซีฟู้ด และ low fat ยังไงไว้คอยติดตามกันด้วยนะคะ

 

ชอบกด like ใช่กด love

https://www.facebook.com/healthfactory.hf

https://www.instagram.com/healthfactory_hf

 

Leave Comment

%d bloggers like this: